9 กรกฎาคม 17:13 น.
พล.ท.หญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รมว.พลังงานเผยยอดใช้น้ำมันในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยลดลงทั้งน้ำมันเบนซิน และดีเซล หลังราคาน้ำมันแพงขึ้นทำให้ผู้บริโภคปรับพฤติกรรมการใช้พลังงาน หันมาใช้รถสาธารณะมากขึ้น รวมถึงการใช้พลังงานทดแทนประเภทอื่นทั้งแก๊สโซฮอล์, ไบโอดีเซล และก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์(NGV) มากขึ้น
“เหตุผลของการใช้น้ำมันที่ลดลง เนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นมากราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินปรับตัวเพิ่มขึ้นจากต้นปี 2551 จำนวน 11 บาทต่อลิตรและราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็วเพิ่มขึ้นถึง 15 บาทต่อลิตร ทำให้พฤติกรรมการใช้พลังงานของประชาชนเปลี่ยนแปลงลดการใช้รถส่วนบุคคลและส่วนหนึ่งเปลี่ยนมาใช้รถสาธารณะมากขึ้น” รมว.พลังงาน กล่าวในเอกสารเผยแพร่
เขา กล่าวอีกว่า ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ปริมาณการใช้น้ำมันเบนซิน ลดลง 4.7% มาที่ 19.2 ล้านลิตร/วัน และการใช้น้ำมันดีเซล ลดลง 2.5% มาที่ 51.5 ล้านลิตร/วัน โดยเฉพาะในเดือนมิ.ย. ยอดใช้น้ำมันเบนซินซิน ลดลงเหลือเพียง 17.8 ล้านลิตร/วัน และดีเซล ลดลงเหลือ 45.2 ล้านลิตร/วัน
นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังมีนโยบายรณรงค์ประหยัดพลังงานต่อเนื่องพร้อมส่งเสริมให้ประชาชนเปลี่ยนมาใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น โดยช่วงครึ่งปีแรกมีการใช้สูงขึ้นต่อเนื่องจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการใช้น้ำมันไบโอดีเซล B5 เพิ่มขึ้น 686.6% เป็น 7.74 ล้านลิตร/วัน โดยเฉพาะเดือนมิ.ย.ยอดการใช้เพิ่มเป็น 10.69 ล้านลิตร/วัน และแก๊สโซฮอล์ เพิ่มขึ้น 100% มาที่ 7.8 ล้านลิตร/วัน
นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังหันมาใช้ NGV มากขึ้น โดยสิ้นเดือนมิ.ย. มีผู้ติดตั้ง NGV แล้ว 84,161 คัน มีปริมาณการใช้ 2,013 ตัน/วัน จาก 1,100 ตัน/วันในช่วงต้นปี ขณะที่กำลังผลิต NGV ที่พร้อมจ่ายเข้าระบบ ณ ปัจจุบันมี 2,455 ตัน/วัน สูงกว่าความต้องการใช้
ขณะที่มีสถานีบริการสำหรับ NGV ทั้งสิ้น 214 สถานี จากเดิมต้นปีมีเพียง 166 สถานีและภายในเดือนก.ค.จะเพิ่มเป็น 245 สถานี และสิ้นปีเพิ่มเป็น 355 สถานี
ที่มา เนชั่นทันข่าว
กรกฎาคม 9, 2008
Categories: Uncategorized . Tags: oil prices . ผู้เขียน: greenbiznet
No Comments Yet
ยังไม่มีความเห็น
Comments RSS
TrackBack Identifier URI
ใส่ความเห็น
You must be logged in to post a comment.